‘ทีเอชนิค’ ขายไอเดียส่งเสริมชื่อโดเมน-อีเมลภาษาไทย

มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย หรือ ทีเอชนิค (THNIC) เสนอไอเดียกระทรวงดิจิทัลฯ หวังช่วยส่งเสริมให้มีการใช้ชื่อโดเมนและอีเมลเป็นภาษาไทย เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาช่องว่างทางดิจิทัล ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เกิดการพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พจนันท์ รัตนไชยพันธ์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย หรือทีเอชนิค (THNIC) กล่าวว่า ได้เข้าไปนำเสนอกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เกี่ยวกับการส่งเสริมให้มีการใช้ชื่อโดเมนและอีเมลเป็นภาษาไทย เพื่อลดช่องว่างดิจิทัลด้านการสื่อสาร เนื่องจากปัจจุบันยังมีคนในท้องถิ่นส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงหรือเข้าไปใช้บริการต่างๆ จากเว็บไซต์ที่ยังใช้แต่ชื่อภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ จากการศึกษาความสำคัญของปัญหาการไม่มีชื่อโดเมนและชื่ออีเมลเป็นภาษาท้องถิ่น ได้ข้อสรุปหลัก ๆ ว่า ความยากลำบากในการการจดจำและการสะกดชื่อโดเมนและชื่ออีเมลเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต  เช่น การระบุชื่อโดเมนหรือชื่ออีเมล ทางวิทยุ หรือโทรศัพท์ หรือการแจ้งชื่อตามป้ายประกาศต่างๆ การสะกดคำไทยเป็นภาษาอังกฤษทำได้หลายรูปแบบ (Transliteration Problem) วัฒนธรรมการใช้ภาษาไทยเป็นสิ่งสำคัญแม้ในโลกอินเทอร์เน็ต เป็นต้น ขจิต สุขุม ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวหลังการรับฟังข้อเสนอแนวทางของทีเอชนิคว่า เห็นด้วยว่าสอดคล้องกับการที่รัฐบาลและกระทรวงดิจิทัลฯ กำลังพยายามที่จะให้ประเทศไทยเชื่อมโยงถึงกันได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศผ่านโครงการเน็ตประชารัฐ ฉะนั้นทุกคนควรที่จะสามารถสื่อสารผ่านระบบอีเมลที่จ่าหน้าเป็นภาษาไทยได้ด้วย ทั้งนี้ กระทรวงฯ ยินดีให้การสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ให้มีการใช้ชื่อโดเมนที่มีตัวอักษรภาษาไทยมากขึ้น และเห็นความสำคัญของการที่จะมีชื่ออีเมลเป็นตัวอักษรไทยด้วย ซึ่งจะทำให้คนไทยทั่วๆ ไปที่ไม่คุ้นชินกับตัวอักษรภาษาอังกฤษ สามารถใช้บริการอีเมลได้กว้างขวางมากขึ้น “เราสนับสนุนเน็ตประชารัฐ เพื่อให้ทุกคนสามารถสื่อสารติดต่อกันได้ ดังนั้นหากทำตรงนี้ควบคู่กันไปด้วยคนที่ไม่คุ้นชินกับตัวอักษรภาษาอังกฤษ ก็สามารถใช้ชื่ออีเมลภาษาไทยได้” นายขจิตกล่าว หนุนหน่วยงานรัฐใช้งาน ผู้บริหารของทีเอชนิค กล่าวต่อว่า ได้นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาและส่งเสริมการใช้ชื่อโดเมนภาษาไทย โดยหวังให้หน่วยงานรัฐที่มีบทบาทหน้าที่ในเรื่องนี้ กำหนดวิธีการตั้งชื่อโดเมนภาษาไทย สำหรับหน่วยงานภาครัฐ และเสนอวิธีการตั้งชื่อโดเมนภาษาไทย สำหรับหน่วยงานภาครัฐให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ เพื่อก้าวไปสู่ขั้นตอนที่ ครม. มีหนังสือถึงกระทรวง กรม สำนัก ให้ถือปฏิบัติ ส่วนแนวทางการแก้ปัญหาและส่งเสริมการใช้ชื่ออีเมลภาษาไทย ทีเอชนิค เสนอให้ใช้ชื่อโดเมนไทย และ อีเมลไทย สำหรับราชการ, ปรับปรุงระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กลางเพื่อการสื่อสารของหน่วยงานภาครัฐ (MailGoThai) ให้รองรับการใช้ชื่ออีเมลภาษาไทย รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพ และให้สามารถใช้งานได้สะดวกรวดเร็ว, รัฐบาลให้บริการที่รองรับการใช้ชื่ออีเมลภาษาไทยฟรีแก่ประชาชนไทยทุกคน >> อ่านเพิ่มเติม

‘โดเมน-อีเมล์ไทย’ ลดช่องว่าง ในโลกดิจิทัล

ต้นเหตุเพราะปัจจุบันยังมีประชาชนคนไทยในท้องถิ่นจำนวนหนึ่งยังไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงหรือเข้าไปใช้บริการต่าง ๆ บนโลกอินเตอร์เน็ต จากเว็บไซต์ที่เปิด ๆ ใช้กันอยู่ ส่วนใหญ่ใช้แต่ชื่อภาษาอังกฤษ ทำให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีภารกิจต้องทำอย่างไรให้คนไทยทั้่งประเทศได้เข้าถึงอินเตอร์เน็ต และสามารถนำไปใช้ในการต่อยอดการประกอบอาชีพ การดำเนินธุรกิจ ตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำในสังคมระหว่างคนเมืองกับคนในพื้นที่ห่างไกล และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน เช่น เข้าถึงการรักษาแพทย์ทางไกล การสร้างองค์ความรู้ในด้านต่างๆ รวมถึงเกิดการสร้างงาน สร้างสรรค์ธุรกิจ-บริการใหม่ๆ เกิดสตาร์ตอัพ ล่าสุด ดีอี ร่วมกับ มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย หรือทีเอชนิค (THNIC) ส่งเสริมให้มีการใช้ชื่อโดเมนและอีเมล์เป็นภาษาไทย เพื่อลดช่องว่างดิจิทัลด้านการสื่อสาร และให้สอดคล้องกับการที่รัฐบาลกำลังพยายามจะให้ประเทศไทยเชื่อมโยงถึงกันได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศผ่านโครงการเน็ตประชารัฐ อยู่ระหว่างการติดตั้งอุปกรณ์และเตรียมเปิดให้บริการได้เร็วๆ นี้ ตามวัตถุประสงค์คาดหวังว่าการสื่อสารผ่านระบบอีเมล์ จ่าหน้าเป็นภาษาไทย จะเป็นทางออกที่ดี จะทำให้คนไทยทั่วๆ ไปที่ยังไม่คุ้นชินกับตัวอักษรภาษาอังกฤษ และยังมีอยู่อีกไม่น้อย สามารถเข้าถึง ใช้บริการอีเมล์ได้กว้างขวางมากขึ้น ในวงการสื่อสารระบุว่า ข้อดีของการจดโดเมนภาษาไทย คือ ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสาร สามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย ตั้งแต่การตั้งชื่อโดเมนให้ตรงกับคีย์เวิร์ด (keyword) ค้นหาได้ง่าย เป็นที่จดจำของผู้ที่พบเห็นได้ อาจช่วยเพิ่มโอกาสการเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทางธุรกิจบางชื่อโลโก้ หรือสินค้าผลิตภัณฑ์ใช้ชื่อโดเมนภาษาอังกฤษ ทำให้สะกดยาก จดจำยาก เช่น นำชื่อเมือง จังหวัด มาเป็นจุดเด่น เช่น บางอ้อ.com หาดใหญ่.com กรุงเทพ.com เป็นต้น รวมถึงชื่อโดเมนไทยสามารถเป็นโดเมนที่สองได้อีกด้วย จึงเพิ่มจำนวนผู้จดจำมากขึ้น ข้อเสียของโดเมนภาษาไทย ที่อาจจะยังไม่แพร่หลายนัก เนื่องจากบางเบราว์เซอร์ไม่รองรับโดเมนภาษาไทย แต่เมื่อใช้กันอย่างแพร่หลาย ปัญหานี้ก็จะลดลง!! พจนันท์ รัตนไชยพันธ์Ž ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย หรือ ทีเอชนิค (THNIC) กล่าวว่า จากการศึกษาความสำคัญของปัญหาการไม่มีชื่อโดเมนและชื่ออีเมล์เป็นภาษาท้องถิ่น ได้ข้อสรุปหลัก ๆ ว่า ความยากลำบากในการจดจำและการสะกดชื่อโดเมนและชื่ออีเมล์เป็นภาษาอังกฤษ ทำให้เกิดปัญหาในการสื่อสารและการเข้าถึงข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต เช่น การระบุชื่อโดเมนหรือชื่ออีเมล์ ทางวิทยุ หรือโทรศัพท์ หรือการแจ้งชื่อตามป้ายประกาศต่างๆ >> อ่านเพิ่มเติม

ใช้ “อี-เมล์ภาษาไทย” เป็นครั้งแรก! ไมโครซอฟท์ประกาศรองรับบริการ-แอพพลิเคชันเมล์

ไมโครซอฟท์ประกาศรองรับการใช้งาน อี-เมล์ภาษาไทย สำหรับบริการและแอพพลิเคชัน อี-เมล์ ต่าง ๆ เช่น Office 365, Outlook 2016, outlook.com, Exchange Online และ Exchange Online Protection (EOP) นายโอม ศิวะดิตถ์ ผู้บริหารด้านนโยบายภาครัฐ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ประกาศรองรับการใช้งาน อี-เมล์ภาษาไทย สำหรับบริการและแอพพลิเคชัน อี-เมล์ ต่าง ๆ เช่น Office 365, Outlook 2016, outlook.com, Exchange Online และ Exchange Online Protection (EOP) โดยผู้ใช้งานจะสามารถใช้ชื่อ อี-เมล์ เป็นภาษาไทยได้เป็นครั้งแรก สำหรับบัญชี Outlook บนพีซี เช่น สมชาย@อินโฟไทยแลนด์.คอม โดยการประกาศรองรับการใช้งานครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายอย่างต่อเนื่องของไมโครซอฟท์ในการพัฒนาเพื่อรองรับ อี-เมล์ภาษาท้องถิ่น (Email Address Internationalization หรือ EAI) ในบริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง และทำให้เทคโนโลยีสามารถเข้าถึงได้ในภาษาท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรับ-ส่งข้อมูลด้วย อี-เมล์ในภาษาไทย ได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่าน Outlook บนพีซี, outlook.com และแอพพลิเคชัน Outlook บนแอนดรอยด์และไอโอเอส “การทำให้เทคโนโลยีสามารถใช้งานได้ในภาษาที่ผู้คนคุ้นเคย ทำให้ชาวไทยทุกคนได้รับประโยชน์และสามารถเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวได้ และจะทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครคนใดคนหนึ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะเราได้ตัดความจำเป็นในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นขั้นตอนแรกออกไป ซึ่งเป็นภาษาดั้งเดิมของเทคโนโลยี เราเชื่อว่าการลดอุปสรรคด้านภาษาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนประเทศไทยให้ก้าวสู่อนาคตแห่งดิจิตอลอย่างแข็งแกร่ง เพราะจะช่วยให้การติดต่อและประสานงานเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น และยังช่วยมอบพลังเทคโนโลยีให้กับชาวไทยทุกคน” โดยผู้ใช้งานสามารถสมัคร >> อ่านเพิ่มเติม

ETDA ออกโรงกระตุ้นใช้ชื่อโดเมนภาษาไทย เพิ่มโอกาสอีคอมเมิร์ซไทย

ETDA เดินหน้าผลักดันการใช้ชื่อโดเมนภาษาไทยหรือ IDNs ลดข้อจำกัดด้านภาษา ช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และช่วยเพิ่มมูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยได้ สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า จากผลการศึกษาของ Universal Acceptance Steering Group (UASG) พบว่าหากซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้รับการพัฒนาให้สามารถรองรับชื่อโดเมนใหม่ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษได้ จะสร้างโอกาสในการทำรายได้บนโลกออนไลน์เพิ่มมากถึง 9.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่า 3.27 แสนล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเป็น Universal Acceptance (UA) บนอินเตอร์เน็ต หรือความสามารถในรองรับภาษาต่าง ๆ อย่างเป็นสากล หมายถึงการที่ใครก็ตามบนโลกสามารถท่องอินเตอร์เน็ตได้โดยใช้ภาษาท้องถิ่นของตัวเอง ไม่จำกัดอยู่ที่ภาษาอังกฤษเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ชื่อโดเมนระดับบนสุดแบบทั่วไปแบบใหม่ หรือ New Generic Top Level Domain Names (gTLDs) ซึ่งรวมทั้งชื่อโดเมนภาษาท้องถิ่น หรือ Internationalized Domain Names (IDNs) ได้รับการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ IDNs จะเป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการโปรโมตสินค้าในประเทศที่นิยมใช้ภาษาท้องถิ่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษอย่างประเทศไทย เพราะสามารถตั้งชื่อโดเมนที่บอกได้ทันทีว่า พวกเขาทำธุรกิจอะไร ทำให้ลูกค้าจดจำชื่อโดเมนนั้นได้ง่ายขึ้น และยังทำให้ลูกค้าค้นหาชื่อผู้ประกอบการหรือบริษัทได้ง่ายขึ้นด้วย แต่ในช่วงเริ่มต้น ผู้ใช้ IDNs ยังอาจจะประสบปัญหาอยู่บ้าง เพราะระบบยังไม่สามารถรองรับภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งในเรื่องนี้ ETDA ร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในประเทศไทย ได้ทำงานกับคณะทำงานของ ICANN ที่บริหารจัดการชื่อโดเมนอย่างใกล้ชิด รวมทั้งอยู่ระหว่างจัดทำข้อกำหนดของ IDNs ภาษาไทย เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพกับทุกเบราว์เซอร์ รวมถึงโปรแกรมต่าง ๆ ที่ใช้ในการเรียกผ่าน URL บนอินเตอร์เน็ต “คาดการณ์ว่าการใช้ IDNs จะทำให้เกิดผู้ใช้อินเตอร์เน็ตใหม่ในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษารัสเซีย >> อ่านเพิ่มเติม

ETDA จับมือ ICANN ลุยพัฒนาชื่อโดเมนภาษาไทย

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) (ETDA) หรือ เอ็ตด้า กระทรวงไอซีที จับมือ ICANN (The Internet Corporation for Assigned Names and Numbers) องค์กรระดับนานาชาติที่มีหน้าที่หลักในการจัดสรรดูแลโดเมนและไอพีของระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ถ่ายทอดความรู้ จัดเวิร์กชอป Thai Label Generation Rules workshop ระหว่างวันที่ 20-21 สิงหาคม 2558 เล็งพัฒนาชื่อโดเมนเป็นภาษาไทย เตรียมพร้อมตั้ง คณะกรรมการสร้างป้ายชื่อโดเมน (Label Generation Rules Panel) ซึ่งจำเป็นในการทำให้ใช้ชื่อภาษาไทยในอินเทอร์เน็ตได้ ภายในปีนี้ สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 27.6 ล้านคน พร้อมทั้งมีผู้ใช้งานเชื่อมต่อผ่านมือถือ 97 ล้านเลขหมาย การพัฒนาชื่อโดเมนให้เป็นภาษาท้องถิ่น (Internationalized Domain Names – IDNs) หรือในกรณีนี้คือการพัฒนาเป็นภาษาไทย ไม่เพียงช่วยขจัดอุปสรรคทางด้านภาษาให้คนไทยสามารถเข้าถึงการใช้งานบนอินเทอร์เน็ตตามความต้องการ ยังช่วยให้คนไทยสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยหลายฝ่ายคาดหมายว่าตัวเลขเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อมีการใช้ระบบโดเมนเนมขั้นสูงสุด (Top Level Domain) ที่เป็นภาษาไทย ทั้งนี้ รัฐบาลได้ประกาศการเข้าสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัลภายในปี 2560 ซึ่งในส่วนนี้ ETDA จะเป็นผู้ดูแลในการพัฒนา soft infrastructure เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถบรรลุเป้าประสงค์นี้ได้โดยสมบูรณ์ ที่สำคัญ การดำเนินงานดังกล่าว มีจุดมุ่งหมายในการลดช่องว่างทางดิจิทัล (digital divide) ในส่วนที่จะเกิดจากอุปสรรคในด้านภาษาให้ลดน้อยลง โดย ETDA เชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งใน “จุดเปลี่ยน” (game changer) สำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตในอนาคตสำหรับประเทศไทย วรรณวิทย์ อาขุบุตร >> อ่านเพิ่มเติม

ถึงเวลาคนไทย ใช้ชื่ออีเมล์ภาษาไทย!

มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย หรือ THNIC Foundation เป็นผู้นำร่องและผลักดันแนวทางการใช้อีเมล์ภาษาท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง ได้ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA จัดเวทีสัมมนาเพื่อหาความร่วมมือในการพัฒนาระบบการใช้งาน Email Address Internationalization (EAI) ในประเทศไทย รวมถึงชี้ให้เห็นความสำคัญของอินเตอร์เน็ตภาษาท้องถิ่นและเตรียมแผนรองรับในองค์กรและผู้ให้บริการด้านอินเตอร์เน็ตผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นและระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกลุ่มผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ ดร.โคทม อารียา ประธานกรรมการมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย กล่าวถึงความสำคัญที่ประชาชนจะสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้บนอินเตอร์เน็ตได้อย่างเท่าเทียมกัน แต่เนื่องจากเดิมอินเตอร์เน็ตใช้ภาษาอังกฤษในการเข้าถึง และจำนวนผู้ไม่ใช้ภาษาอังกฤษในหลายประเทศมีจำนวนมากกว่าผู้ใช้ภาษาอังกฤษ ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี หรือ Digital Divide เพราะคนที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษก็ไม่สะดวกที่จะเข้าถึงอินเตอร์เน็ต เพื่อเริ่มต้นแก้ปัญหาดังกล่าว ในประเทศไทย มูลนิธิฯ ได้ดำเนินการให้เกิด IDN หรือโดเมนภาษาท้องถิ่น ขึ้นภายใต้ .ไทยŽ รวมถึง EAI ซึ่งคือชื่อโดเมนภาษาท้องถิ่นที่ใช้ตัวอักษรไทยทั้งหมด โดยการจัดงานในครั้งนี้ มุ่งหวังที่จะทำความเข้าใจและสร้างความตระหนักกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านอินเตอร์เน็ต เพื่อให้วางแนวทางการใช้งาน EAI ในประเทศไทย นางเพ็ญศรี อรุณวัฒนามงคล ตัวแทนจากมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย กล่าวว่า จากการศึกษาถึงความเข้ากันได้ของระบบอีเมล์ต่างๆ ซึ่งได้แก่ Afilias, Crossflow, Coremail, Gmail, Hotmail และ Yahoo นั้น ยังมีระดับการรองรับ EAI ที่แตกต่างกัน โดยแยกประเด็นทดสอบเป็นการส่ง การรับ การตอบกลับ และการแนบชื่อ (cc) อีเมล์ ซึ่งปนกันระหว่าง EAI และอีเมล์อักษรละตินดั้งเดิม การทดสอบแสดงให้เห็นว่าการรับส่งอีเมล์แอดเดรสภาษาไทยระหว่าง Afilias, Crossflow และ Coremail สามารถทำได้ และสามารถส่งอีเมล์ไปยัง Gmail, Hotmail และ Yahoo ได้ สำหรับระบบ Hotmail และ Yahoo นั้นยังไม่สามารถส่งหาอีเมล์แอดเดรสผู้รับในภาษาไทยได้ >> อ่านเพิ่มเติม

“อีเมลภาษาไทย” เพิ่มโอกาสเข้าถึงสังคมดิจิตอล

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประมาณ 24 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดราว 70 ล้านคน แต่มีเพียง 6.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 10% เท่านั้นที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารได้ ทำให้คนไทยอีกเป็นจำนวนมากที่ประสบปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านภาษา แน่นอนว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ แต่ในบางประเทศได้เริ่มพัฒนาระบบ URL และอีเมลแอดเดรสเป็นภาษาท้องถิ่นของตน ผ่านแนวทางการดำเนินโครงการที่ชื่อว่า Email Address Internationalization หรือ EAI เช่น รัสเซีย จีน ยูเครน กรีซ เกาหลี และญี่ปุ่น เป็นต้น ภายใต้การส่งเสริมโดย หน่วยงานบริหารรอินเทอร์เน็ตโลก ICANN และ ประชาคมด้านสถาปัตยกรรมอินเทอร์เน็ต IETF (The Internet Engineering Task Force) ในประเทศจีนมีการจดชื่อโดเมนที่ลงท้ายด้วยดอทประเทศจีน ซึ่งมีการลงทะเบียนในช่วงต้นปีที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 250,000 ชื่อต่อเดือน โดยทาง China Internet Network Information Center (CNNIC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนรหัสประเทศจีน ได้ร่วมมือกับ Coremail, Google และ Netease เพื่อปรับปรุงระบบให้รองรับอีเมลภาษาจีน โดย CNNIC เริ่มมีการพัฒนาเทคนิคการรับส่งอีเมลแอดเดรสหลากภาษา ให้สามารถใช้งานได้ตั้งแต่ปี 2012 และต่อไป CNNIC มีแผนที่จะนำ EAI ลงไปใช้งานในเครือข่าย E-Government รวมถึงรัฐวิสาหกิจรายใหญ่ มหาวิทยาลัย และทางการทหาร ด้าน Coremail ผู้ให้บริการระบบอีเมลสัญชาติจีน ได้พัฒนาโครงสร้าง และการทำงานของระบบให้บริการ EAI โดยใช้เทคนิค Double Email คือการใช้อีเมลแอดเดรสภาษาท้องถิ่นควบคู่กับอีเมลแอดเดรสภาษาอังกฤษ ซึ่งทำให้สามารถติดต่อได้ทั้งผู้รองรับ EAI และไม่รองรับได้ในครั้งเดียว โดย >> อ่านเพิ่มเติม

สัมภาษณ์คุณภาคภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท T.H.NIC

รายโทรทัศน์ เช้าข่าวข้น ช่อง 9 อสมท. สัมภาษณ์คุณภาคภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท THNIC ทางโทรศัพท์ วันที่ 20 มกราคม 2554 เรื่องการจดทะเบียน .ไทย

“ดอทไทย” โดเมนเลือดไทย กรรมสิทธิ์เฉพาะคนไทย

THNIC คลอดชื่อโดเมนใหม่ .ไทย ตั้งเป้าขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ลดช่องว่างให้ผู้ที่มีปัญหาภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ มั่นใจช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน… เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2554 นายโคทม อารียา ประธานมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย หรือ ทีเอชนิค ผู้รับจดทะเบียนโดเมน .th และ .ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ ยังมีประชากรไทยจำนวนมากที่ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ประกอบกับอินเทอร์เน็ตเริ่มเข้าถึงชุมชนห่างไกลมากขึ้น ทีเอชนิค จึงเริ่มให้บริการ โดเมน .ไทย (ดอทไทย) ที่ได้รับอนุมัติจาก คณะกรรมการบริหารองค์กรอินเทอร์เน็ตโลก หรือ ICANN เพื่อมุ่งลดช่องว่างด้านภาษาและการเข้าถึงความรู้ทางอินเทอร์เน็ต นายภาคภูมิ ไตรพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ทีเอชนิค กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายของ .ไทย คือ เจ้าของเว็บไซต์ทั้งหมด โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่เป็นภาษาไทย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ .ไทย ได้กระแสตอบรับอย่างดีจากผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก เชื่อว่า .ไทย จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ แม้อาจไม่ได้รับความนิยมเหมือนโดเมนอื่นๆ ที่ผู้ใช้คุ้นเคย แต่มั่นใจว่า .ไทย จะสามารถอำนวยความสะดวกในการใช้งานได้มากขึ้น ส่วนที่มองว่า .ไทย เป็นการปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลจากผู้ใช้ต่างชาตินั้น เชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกัน เนื่องจากเว็บไซต์ที่ต้องการนำเสนอข้อมูลให้ชาวต่างชาติก็จะใช้ภาษาสากล เช่นเดียวกับที่เว็บไซต์ทั่วไปใช้ภาษาไทยเพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงได้ โดยในอนาคตยังมีแผนพัฒนาซอฟต์แวร์รับ-ส่งอีเมล์ ให้รองรับการใช้งานที่อยู่อีเมล์เป็นภาษาไทยอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีภาษาต่างๆ กว่า 22 ภาษา ได้รับอนุมัติจาก ICANN ให้มีอีเมล์ภาษาท้องถิ่น ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถูกพูดถึงเมื่อประมาณ 5-10 ปีมาแล้ว และได้รับการผลักดันจากประชาคมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโลก โดยเฉพาะแถบประเทศอาหรับและประเทศชาตินิยม ส่วนประเทศแถบเอเชียที่มีอีเมล์ภาษาท้องถิ่นใช้ ได้แก่ สิงคโปร์ เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน โดยการให้บริการ .ไทย จะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ >> อ่านเพิ่มเติม

THNIC เปิดตัวชื่อโดเมนภาษาไทยอย่างเป็นทางการ

(จากรูป) Mr.Savenaca Vocea, Global Partnerships, Manager, Regional Relations – Australasia/Pacific Islands of ICANN ดร.โคทม อารียา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการ สวทช มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย (ทีเอชนิค) เปิดตัวชื่อโดเมนภาษาไทยอย่างเป็นทางการ หลังได้รับ การอนุมัติจาก คณะกรรมการบริหารองค์กรอินเทอร์เน็ตโลก หรือ ICANN ให้เป็นผู้บริหารจัดการชื่อโดเมนใหม่ .ไทย (ดอทไทย) เพื่อลดช่องว่างให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เข้าถึงบริการออนไลน์ได้ง่ายขึ้น วันที่ 18 มกราคม 2554 มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย ได้จัดแถลงข่าวการเปิดให้บริการจะทะเบียนชื่อโดเมนเว็บไซต์ในชื่อใหม่ว่า “.ไทย” อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) โดยจะเปิดให้จดทะเบียนชื่อโดเมนภายใต้ .ไทยเป็นการทั่วไป ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2554 เป็นต้นไป